พัดลมระบายอากาศโรงงาน EuroVent เลือกแบบไหนดี?
หน้าหลัก
/
บทความ
/
วิธีเลือกพัดลมระบายอากาศโรงงานให้เหมาะกับพื้นที่ รู้จัก EuroVent AF, AF-SS, Drum Fan และ Roof Fan

วิธีเลือกพัดลมระบายอากาศโรงงานให้เหมาะกับพื้นที่ รู้จัก EuroVent AF, AF-SS, Drum Fan และ Roof Fan

เลือกพัดลมอุตสาหกรรมให้ตรงงาน ระบายอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความร้อนสะสม และเพิ่มความสบายในการทำงาน

ในโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า คลังสินค้า และอาคารขนาดใหญ่ ปัญหาอากาศร้อนสะสม การระบายอากาศไม่เพียงพอ และการไหลเวียนของอากาศไม่ทั่วถึง เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานและประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต

การเลือกใช้ พัดลมระบายอากาศโรงงาน (Industrial Ventilation Fan) ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละพื้นที่มีความต้องการในการระบายอากาศแตกต่างกัน เช่น โรงงานต้องการระบายความร้อน โกดังต้องการลดอากาศอับ ฟาร์มต้องการการถ่ายเทอากาศ หรือพื้นที่ทำงานบางจุดต้องการแรงลมเฉพาะบริเวณ

EuroVent Ventilation Fans นำเสนอพัดลมระบายอากาศอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ทั้ง AF Series, AF-SS Series, Drum Fan และ Roof Fan เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันตามลักษณะพื้นที่และข้อกำหนดของระบบระบายอากาศ

บทความนี้จะพาไปรู้จักพัดลม EuroVent แต่ละประเภท พร้อมแนวทางเลือกพัดลมให้เหมาะสมกับโรงงานและอาคาร

พัดลมระบายอากาศโรงงานคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญ?

พัดลมระบายอากาศโรงงาน คืออุปกรณ์ที่ช่วยขับเคลื่อนอากาศเพื่อระบายอากาศออกจากพื้นที่หรือเติมอากาศเข้ามาทดแทน โดยต้องออกแบบทิศทางการไหลและปริมาณอากาศให้เหมาะกับลักษณะอาคาร

ระบบระบายอากาศที่เหมาะสมสามารถช่วยสนับสนุนการจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้แก่

  • ลดการสะสมของความร้อนภายในโรงงาน

  • ระบายอากาศอับและกลิ่นจากกิจกรรมทั่วไป

  • เพิ่มการถ่ายเทอากาศภายในโกดังและคลังสินค้า

  • ช่วยสร้างการไหลเวียนของอากาศในพื้นที่ขนาดใหญ่

  • เพิ่มความสบายให้กับผู้ปฏิบัติงานในบางสภาวะ

  • สนับสนุนการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคาร

อย่างไรก็ตาม พัดลมระบายอากาศทั่วไปไม่ได้ออกแบบให้ดักจับฝุ่นพิษหรือสารเคมีทุกประเภท หากพื้นที่มีไอสารเคมี ฝุ่นอันตราย หรือไอระเหยไวไฟ ต้องพิจารณาระบบดูดจับเฉพาะจุดและอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพิ่มเติม

4 ประเภทพัดลมระบายอากาศ EuroVent เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน?

1. EuroVent AF Series – พัดลมระบายอากาศทั่วไปสำหรับโรงงานและโกดัง

EuroVent AF Series เป็นพัดลมระบายอากาศอุตสาหกรรมที่เหมาะสำหรับติดตั้งในอาคารหรือระบบระบายอากาศทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณผนังโรงงาน โกดัง คลังสินค้า และฟาร์ม

จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ในสื่อประชาสัมพันธ์ มีให้เลือกขนาด 30, 36 และ 50 นิ้ว

มีรูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น

AF-F Series

พัดลมที่มีกรอบและตะแกรง เหมาะสำหรับการติดตั้งในระบบระบายอากาศทั่วไป

AF-N Series

พัดลมที่มีโครงสร้างพร้อมตะแกรงสำหรับงานติดตั้งที่ต้องการความแข็งแรงและการป้องกันการสัมผัสใบพัด

AF-C Series

พัดลมที่มีชุดชัตเตอร์สำหรับเปิดและปิดตามการทำงานของระบบในรูปแบบที่ผู้ผลิตกำหนด

พื้นที่เหมาะสม

  • โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป

  • โกดังและคลังสินค้า

  • ฟาร์มและโรงเรือนปศุสัตว์

  • โรงเรือนเพาะปลูก

จุดเด่น: เหมาะสำหรับงานระบายอากาศปริมาณมาก โดยสามารถเลือกรูปแบบกรอบ ตะแกรง และอุปกรณ์เสริมให้เหมาะกับสถานที่ติดตั้ง

2. EuroVent AF-SS Series – พัดลมระบายอากาศสแตนเลสสำหรับสภาพแวดล้อมเฉพาะ

EuroVent AF-SS Series เป็นพัดลมระบายอากาศที่เน้นโครงสร้างสแตนเลส เหมาะสำหรับการพิจารณาใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อนมากกว่าการใช้วัสดุทั่วไป

จากสื่อผลิตภัณฑ์ มีขนาด 30, 36 และ 50 นิ้ว พร้อมตัวเลือกแบบมีบานเกล็ดและไม่มีบานเกล็ด

เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการล้างทำความสะอาดหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องพิจารณาความทนทานของวัสดุเป็นพิเศษ

พื้นที่เหมาะสม

  • โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร

  • พื้นที่เปียกชื้น

  • โรงงานที่มีสภาพแวดล้อมกัดกร่อนบางประเภท

  • พื้นที่ผลิตที่ต้องการวัสดุอุปกรณ์เฉพาะ

จุดเด่น: โครงสร้างสแตนเลสช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้งานสำหรับสภาพแวดล้อมเฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเกรดสแตนเลสและความเข้ากันได้กับสารเคมีหรือสารทำความสะอาดก่อนเลือกใช้ เนื่องจากสแตนเลสแต่ละเกรดมีความทนทานต่อการกัดกร่อนแตกต่างกัน

3. EuroVent Drum Fan (DF Series) – พัดลมส่งลมเฉพาะจุด เคลื่อนย้ายสะดวก

EuroVent Drum Fan หรือ DF Series เป็นพัดลมอุตสาหกรรมรูปทรงถังกลม เหมาะสำหรับการส่งลมไปยังบริเวณที่ต้องการโดยเฉพาะ

จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ มีขนาด 30, 36 และ 50 นิ้ว พร้อมรูปแบบติดผนังและแบบมีล้อเลื่อน

จุดเด่นคือสามารถเลือกการติดตั้งให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่ และช่วยเพิ่มความเร็วลมบริเวณที่มีผู้ปฏิบัติงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ

พื้นที่เหมาะสม

  • โกดังและคลังสินค้า

  • อาคารและพื้นที่จัดกิจกรรม

  • ตลาดและพื้นที่ค้าขาย

  • จุดทำงานเฉพาะบริเวณในโรงงาน

จุดเด่น: สามารถส่งลมเฉพาะจุดและเคลื่อนย้ายตำแหน่งใช้งานได้ในรุ่นที่มีล้อเลื่อน

ทั้งนี้ Drum Fan ที่ใช้สำหรับหมุนเวียนอากาศภายในพื้นที่ ไม่สามารถทดแทนระบบระบายอากาศที่นำอากาศเสียออกและเติมอากาศใหม่ได้ทั้งหมด

4. EuroVent Roof Fan (RF Series) – พัดลมระบายอากาศผ่านหลังคา

EuroVent Roof Fan หรือ RF Series เป็นพัดลมสำหรับติดตั้งบนหลังคาอาคาร เพื่อช่วยระบายอากาศร้อนและอากาศสะสมออกจากพื้นที่ภายใน

เหมาะสำหรับอาคารที่มีความร้อนสะสมบริเวณใต้หลังคาหรือส่วนบนของอาคาร โดยต้องออกแบบตำแหน่งช่องรับอากาศทดแทนให้เหมาะสม

พื้นที่เหมาะสม

  • อาคารโรงงานอุตสาหกรรม

  • โกดังและคลังสินค้า

  • อาคารที่มีหลังคาสูง

  • พื้นที่ปิดที่ต้องการระบายอากาศผ่านหลังคา

จุดเด่น: ช่วยระบายอากาศและความร้อนสะสมบริเวณหลังคา โดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ผนังสำหรับติดตั้งพัดลมระบายอากาศทุกจุด

การติดตั้งควรคำนึงถึงโครงสร้างหลังคา ระบบป้องกันน้ำฝน การสั่นสะเทือน และการเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษา

เปรียบเทียบพัดลม EuroVent แต่ละประเภท

ประเภทพัดลม ลักษณะการใช้งาน พื้นที่เหมาะสม
AF Series ระบายอากาศทั่วไป โรงงาน โกดัง ฟาร์ม โรงเรือน
AF-SS Series ระบายอากาศในสภาพแวดล้อมที่ต้องพิจารณาการกัดกร่อน โรงงานอาหาร พื้นที่ชื้น และงานเฉพาะทาง
Drum Fan DF ส่งลมและหมุนเวียนอากาศเฉพาะบริเวณ โกดัง ตลาด พื้นที่ทำงานและกิจกรรม
Roof Fan RF ระบายอากาศผ่านหลังคา โรงงาน อาคาร และคลังสินค้า

การเลือกรุ่นที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งลักษณะการไหลของอากาศและข้อจำกัดของสถานที่ติดตั้ง ไม่ใช่เลือกจากขนาดใบพัดเพียงอย่างเดียว

6 ปัจจัยสำคัญในการเลือกพัดลมระบายอากาศโรงงาน

1. ขนาดพื้นที่และปริมาตรอาคาร (Building Size)

ก่อนเลือกพัดลมควรตรวจสอบความกว้าง ความยาว และความสูงของพื้นที่ เพื่อประเมินปริมาตรอากาศภายในอาคาร

อาคารที่มีพื้นที่เท่ากันแต่ความสูงแตกต่างกัน อาจต้องการระบบระบายอากาศไม่เหมือนกัน

2. ปริมาณลมที่ต้องการ (Airflow)

ปริมาณลมเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกขนาดพัดลม โดยมักแสดงในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (m³/h หรือ CMH)

ควรคำนวณความต้องการอากาศจากจำนวนผู้ใช้งาน ภาระความร้อน และประเภทกิจกรรมภายในพื้นที่

3. แรงดันสถิตของระบบ (Static Pressure)

ระบบที่มีตะแกรง บานเกล็ด ช่องลม หรือท่อระบายอากาศจะมีความต้านทานต่อการไหลของอากาศ

จึงควรเลือกพัดลมจากกราฟสมรรถนะ (Fan Performance Curve) โดยพิจารณาปริมาณลมที่ได้ ณ แรงดันสถิตจริงของระบบ

4. จุดติดตั้ง (Installation Location)

ควรพิจารณาว่าระบบเหมาะกับการติดตั้งผนัง หลังคา หรือการใช้พัดลมเคลื่อนที่สำหรับส่งลมเฉพาะบริเวณ

ตำแหน่งติดตั้งมีผลต่อทิศทางการไหลของอากาศและประสิทธิภาพของระบบโดยรวม

5. ระบบไฟฟ้า (Electrical Supply)

ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า จำนวนเฟส และกำลังมอเตอร์ของพัดลมแต่ละรุ่น เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของสถานที่ติดตั้งได้อย่างเหมาะสม

6. สภาพแวดล้อม (Operating Environment)

ตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น และสารเคมีที่อาจส่งผลต่อวัสดุของพัดลม

หากพื้นที่มีความเสี่ยงจากสารกัดกร่อนหรือสารไวไฟ ต้องเลือกอุปกรณ์ตามข้อกำหนดเฉพาะด้านวัสดุและความปลอดภัย

วิธีคำนวณปริมาณลมระบายอากาศเบื้องต้น

สำหรับระบบระบายอากาศทั่วไป สามารถใช้วิธีประเมินจากจำนวนครั้งการเปลี่ยนถ่ายอากาศต่อชั่วโมง หรือ Air Changes per Hour (ACH) ได้ในกรณีที่เหมาะสม

สูตรคำนวณ

ปริมาณลม (CMH) = ปริมาตรห้อง (m³) × ACH

ตัวอย่างสมมติ โรงงานมีขนาด

  • กว้าง 20 เมตร

  • ยาว 30 เมตร

  • สูง 6 เมตร

ปริมาตรอาคาร = 20 × 30 × 6 = 3,600 m³

หากใช้ค่า ACH สมมติ 10 ครั้งต่อชั่วโมง

ปริมาณลมที่ต้องการ = 3,600 × 10 = 36,000 CMH

ดังนั้น ระบบจะต้องสามารถส่งหรือระบายอากาศได้ประมาณ 36,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ณ สภาพการทำงานจริง

หมายเหตุ: ค่า ACH 10 เป็นเพียงสมมติฐานสำหรับอธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานสำหรับโรงงานทุกประเภท การออกแบบจริงต้องพิจารณาภาระความร้อน การเติมอากาศทดแทน การกระจายลม และแรงดันสถิตของระบบด้วย

อุปกรณ์เสริมพัดลมระบายอากาศ EuroVent

นอกจากการเลือกประเภทพัดลมแล้ว อุปกรณ์เสริมก็มีส่วนสำคัญต่อความเหมาะสมในการติดตั้งและการใช้งาน

ขาตั้งและฐานรองพัดลม

ช่วยรองรับการติดตั้งพัดลมตามตำแหน่งที่ต้องการ โดยต้องเลือกให้เหมาะกับน้ำหนักและโครงสร้างพัดลม

Rain Hood – อุปกรณ์ป้องกันฝน

ใช้ร่วมกับพัดลมระบายอากาศบางรูปแบบ เพื่อช่วยลดโอกาสที่น้ำฝนจะสาดเข้าสู่ช่องเปิดของระบบ

การเลือก Rain Hood ต้องคำนึงถึงขนาดช่องเปิดและแรงดันตกคร่อมเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น

บานเกล็ดและตะแกรงป้องกัน

ช่วยป้องกันการสัมผัสใบพัดหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ระบบตามการออกแบบ

ทั้งนี้ อุปกรณ์เสริมอาจทำให้เกิดแรงต้านการไหลของอากาศ จึงควรนำไปพิจารณาในการเลือกขนาดพัดลมด้วย

เลือกพัดลมระบายอากาศให้ถูกต้อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานอย่างไร?

การเลือกพัดลมที่เหมาะกับลักษณะอาคารและความต้องการของระบบ ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการอากาศภายในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างประโยชน์ ได้แก่

  • ช่วยระบายความร้อนสะสมภายในอาคาร

  • เพิ่มการถ่ายเทอากาศในพื้นที่ใช้งาน

  • ลดปัญหาอากาศอับจากการระบายอากาศไม่เพียงพอ

  • ช่วยเพิ่มความสบายให้ผู้ปฏิบัติงานเมื่อออกแบบระบบอย่างเหมาะสม

  • รองรับการจัดการสภาพแวดล้อมในโรงงานและคลังสินค้า

  • ลดความเสี่ยงจากการเลือกพัดลมที่มีสมรรถนะไม่เหมาะกับระบบ

การเลือกพัดลมจึงควรเริ่มจากการประเมินสภาพพื้นที่และความต้องการระบายอากาศ ก่อนกำหนดประเภทและขนาดของอุปกรณ์

EuroVent Ventilation Fans โดย TN GROUP

หากคุณกำลังมองหา พัดลมระบายอากาศโรงงาน พัดลมอุตสาหกรรมติดผนัง พัดลมสแตนเลส Drum Fan หรือ Roof Fan EuroVent มีตัวเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับรองรับการใช้งานในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท

TN GROUP จัดจำหน่าย EuroVent Ventilation Fans สำหรับงานระบายอากาศอุตสาหกรรม พร้อมให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเลือกประเภทและขนาดพัดลมให้เหมาะกับพื้นที่

สอบถามรายละเอียด EuroVent Ventilation Fans

โทรศัพท์: 02-115-5000
อีเมล: info@tngroup.co.th
เว็บไซต์: www.tngroup.co.th

EuroVent – เลือกพัดลมให้ตรงพื้นที่ เพื่อการระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น



บทความที่เกี่ยวข้อง
Eurovent Blower TRHb801 พัดลมอุตสาหกรรมแรงดันสูง สำหรับระบบดูดฝุ่นโรงงาน
อินเวอร์เตอร์ Delta ควบคุมรอบมอเตอร์แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร
การสตารท์มอเตอร์ 3 เฟสโดยตรง
จริงหรือไม่ ฝุ่น สามารถติดไฟและทำให้เกิดระเบิดได้
ติดต่อเรา