ใบพัดโบลเวอร์ ถือเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดของพัดลมอุตสาหกรรม เพราะรูปทรงและทิศทางของใบพัดมีผลโดยตรงต่อ ปริมาณลม แรงดัน ประสิทธิภาพพลังงาน รวมถึงความสามารถในการจัดการฝุ่นและเศษวัสดุ
ดังนั้น การเลือก พัดลมโบลเวอร์ (Blower) ไม่ควรพิจารณาเพียงกำลังมอเตอร์หรือขนาดพัดลมเท่านั้น แต่ต้องเลือกชนิดของใบพัดให้เหมาะกับลักษณะของระบบและอากาศที่ต้องการเคลื่อนย้ายด้วย
โดยทั่วไป Centrifugal Fan หรือพัดลมแบบแรงเหวี่ยง มีใบพัดหลายรูปแบบ เช่น Forward Curved, Backward Curved, Backward Inclined, Radial Tipped และ Radial ซึ่งแต่ละแบบตอบโจทย์งานอุตสาหกรรมแตกต่างกัน
Centrifugal Fan หรือที่หลายคนเรียกว่า พัดลมหอยโข่ง หรือพัดลมโบลเวอร์ เป็นพัดลมที่รับอากาศเข้าสู่บริเวณศูนย์กลางของใบพัด ก่อนที่ใบพัดจะเพิ่มความเร็วให้อากาศและส่งออกไปในแนวรัศมีผ่านตัวเรือนพัดลม
ข้อได้เปรียบสำคัญคือสามารถสร้างแรงดันเพื่อส่งอากาศผ่าน ท่อส่งลม ฟิลเตอร์ ระบบดูดฝุ่น หรือระบบที่มีแรงต้านทาน ได้ดี จึงพบได้มากในระบบระบายอากาศและกระบวนการผลิตภายในโรงงาน
ตัวอย่างงานที่นิยมใช้ ได้แก่
แล้วใบพัดแบบไหนเหมาะกับงานอะไร?
Forward Curved เป็นใบพัดที่ปลายใบโค้งไปในทิศทางเดียวกับการหมุนของชุดใบพัด ลักษณะของวงล้อมักมีใบพัดจำนวนมากและมีรูปทรงคล้าย Squirrel Cage
ให้ ปริมาณลมสูง และสามารถทำงานได้ค่อนข้างเงียบ เหมาะกับระบบที่ต้องการเคลื่อนย้ายอากาศจำนวนมากโดยไม่ได้ต้องการแรงดันสูงมาก
งานระบายอากาศทั่วไป ระบบทำความเย็น ระบบ HVAC หรือระบบที่อากาศค่อนข้างสะอาด
Forward Curved ไม่ใช่ตัวเลือกหลักสำหรับระบบที่มีฝุ่นหรือเศษวัสดุจำนวนมาก และควรเลือกขนาดมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับ Operating Point ของระบบ
Backward Curved มีลักษณะใบพัดโค้งสวนทางกับทิศทางการหมุน เป็นหนึ่งในรูปแบบที่นิยมใช้กับ พัดลมโบลเวอร์อุตสาหกรรม เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการทำงานดี
สามารถสร้างแรงดันได้ดี เหมาะกับระบบที่มีท่อส่งลมค่อนข้างยาว และโดยทั่วไปมีประสิทธิภาพพลังงานดีกว่าใบพัดบางประเภท
ระบบดูดฝุ่นที่มีฟิลเตอร์ ระบบเป่าลม ระบบระบายอากาศเครื่องจักร และระบบท่ออากาศในโรงงาน
แม้จะรองรับอากาศที่มีฝุ่นระดับหนึ่งได้ แต่ไม่เหมาะกับฝุ่นหนักหรือเศษวัสดุปริมาณมากเท่ากับใบพัดที่ออกแบบมาสำหรับงาน Material Handling โดยเฉพาะ
Backward Inclined แตกต่างจาก Backward Curved ตรงที่ตัวใบพัดมีลักษณะค่อนข้างตรง แต่ติดตั้งเอียงสวนทางกับทิศทางการหมุน
สามารถสร้างแรงดันได้ดี และโครงสร้างของใบพัดช่วยลดโอกาสการสะสมของฝุ่นบนผิวใบพัด จึงรองรับงานที่มีฝุ่นได้มากกว่า Backward Curved ในหลายลักษณะการใช้งาน
สำหรับโรงงานที่ต้องจัดการทั้ง แรงดันและฝุ่น Backward Inclined จึงเป็นอีกตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบในการออกแบบระบบ
Radial Tipped ถูกออกแบบให้ส่วนปลายใบพัดเข้าใกล้แนวรัศมี ช่วยให้พัดลมสามารถทำงานในระบบที่ต้องการแรงดันสูงได้ดี
สร้างแรงดันสูง และเหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการส่งหรือดูดอากาศผ่านระบบที่มีความต้านทานสูง
ประสิทธิภาพด้านพลังงานอาจต่ำกว่ากลุ่ม Backward บางรูปแบบ จึงควรเลือกจากค่าปริมาณลมและแรงดันจริงของระบบ ไม่ควรเลือกจากกำลังมอเตอร์เพียงอย่างเดียว
Radial Blade เป็นใบพัดที่มีโครงสร้างตรงจากบริเวณศูนย์กลางออกไปด้านนอก จุดเด่นคือความแข็งแรงและความสามารถในการจัดการกับอากาศที่มีฝุ่น เศษวัสดุ หรืออนุภาคจำนวนมาก
ทนทาน เหมาะกับงานหนัก และสามารถใช้ในระบบที่มีวัสดุไหลผ่านบริเวณใบพัดได้
เช่น
ข้อแลกเปลี่ยนคือประสิทธิภาพด้านพลังงานอาจไม่สูงเท่า Backward Curved แต่ให้ความเหมาะสมกับงานที่ต้องรับมือฝุ่นหรือวัสดุหนักมากกว่า
การเลือก ใบพัดโบลเวอร์ ให้ตรงกับลักษณะงาน ไม่ได้มีผลเฉพาะเรื่อง “ลมแรงหรือลมเบา” แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของระบบ การใช้พลังงาน อายุการใช้งานของอุปกรณ์ และภาระในการบำรุงรักษา
เพราะฉะนั้น ก่อนเลือก Centrifugal Fan หรือพัดลมโบลเวอร์อุตสาหกรรม ควรพิจารณาระบบโดยรวม ทั้งปริมาณลม แรงดัน ความยาวท่อ ฝุ่น อุณหภูมิ และลักษณะของกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้พัดลมที่ทำงานอยู่ในจุดที่เหมาะสมกับระบบมากที่สุด
EuroVent เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม Fan & Blower ของ TN Group ครอบคลุมทั้ง Centrifugal Fan, Axial Fan และงานพัดลมที่ออกแบบให้เหมาะกับ Process Industry หลายประเภท รวมถึงแบบมาตรฐานและแบบ Custom Design
ต้องการเลือกพัดลมโบลเวอร์ให้เหมาะกับหน้างาน?
ปรึกษาทีม TN Group เพื่อประเมิน Air Flow, Static Pressure และลักษณะการใช้งาน ก่อนเลือกพัดลม เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมทั้งด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน
หากแบ่งตามลักษณะใบพัดของ Centrifugal Fan สามารถพบได้หลายรูปแบบ โดย 5 ประเภทที่ใช้ในการแบ่งของ EuroVent ได้แก่ Forward Curved, Backward Curved, Backward Inclined, Radial Tipped และ Radial
Backward Curved เป็นหนึ่งในประเภทที่มีประสิทธิภาพสูง แต่การใช้พลังงานจริงยังขึ้นอยู่กับ Air Flow, Static Pressure, รอบการทำงาน และ Operating Point ของระบบด้วย
ควรพิจารณา Backward Inclined หรือ Radial ตามปริมาณและขนาดของฝุ่นหรือวัสดุ โดยงานที่มีเศษวัสดุ เช่น แกลบ กากอ้อย หรือเศษไม้ มักต้องพิจารณาใบพัดที่ออกแบบมาสำหรับ Material Handling โดยเฉพาะ
ไม่ควร เพราะกำลังมอเตอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุประสิทธิภาพของระบบได้ ต้องทราบอย่างน้อย Air Flow และ Static Pressure รวมถึงลักษณะของอากาศและระบบท่อด้วย